เฮี้ยนแรงดี! The Conjuring 3 (2021) เดอะ คอนเจอริ่ง คนเรียกผี 3 มัจจุราชบงการ

              เป็นการกลับมาสานต่อความหลอนและความเฮี้ยนกับเคสใหม่ที่แฟนหนังทุกคนรอคอย ตำนานของคู่มือปราบสัมภเวสีแห่งยุค เอ็ด กับ ลอร์เรน วอร์เรน ได้หวนคืนกลับสู่หน้าจออีกครั้งกับอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าจดจำในการช่วยเหลือผู้คนจากเงื้อมมือปีศาจของพวกเขาใน The Conjuring 3 หรือชื่อไทยว่า เดอะ คอนเจอริ่ง คนเรียกผี 3 มัจจุราชบงการ ที่ครั้งนี้ได้มีการยกระดับขึ้นไปอีกระดับ เพราะมีเดิมพันเป็นประเด็นเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมและข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง

              ซึ่งภาพยนต์เรื่อง The Conjuring: The Devil Made Me Do It ได้มีการหยิบยกเอาเรื่องราวอันน่าสลดใจในความหวาดกลัว, การฆาตกรรม และความชั่วร้ายต่างๆ (ปีศาจ) ที่พวกเขายังไม่เคยรู้จัก ที่จะสร้างประสบการณ์ความหวาดผวาให้

              ทั้งนี้ในการสืบสวนเรื่องราวเหนือธรรมชาติ ที่เป็นหนึ่งในกรณีของการเจอผีที่ค่อนข้างน่าตื่นเต้นมากที่สุดของตระกูล เริ่มต้นจากการต่อสู้เพื่อวิญญาณของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง แต่หลังจากนั้นได้ดำเนินไปสู่ปมเหนือความคาดหมายที่พาพวกเขาไปเจอกับสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตการไล่ผี กับเหตุการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์อเมริกาที่ผู้ต้องสงสัยในการฆาตกรรมอ้างว่าโดนปีศาจครอบงำในฐานะผู้ปกป้อง

The Conjuring 3 มัจจุราชบงการ

              ภาพยนต์เรื่อง The Conjuring ภาค 3 นี้ได้มีการอ้างอ้างมาจากเหตุการณ์เช่นเดิมและเป็นคดีที่โด่งดังจากในปี 1981 ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ตระกูลหนัง The Conjuring เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ชมเฝ้าติดตามอยู่ทุนเดิม แต่กลับมาในคราวนี้ “เจมส์ วาน” ไม่ได้กลับมานั่งเก้าอี้เหมือนเก่า แต่ส่งต่อให้กับ ไมเคิล ชาเวส ผู้กำกับที่มีมือรสความเฮี้ยนอยู่ในตัว เพราะว่าเขาเคยทำให้คนดูหวาดกลัวกับผีสาวลาตินในตำนานจาก The Curse of La Llorona มาแล้ว

              แน่นอนเลยว่าการเปลี่ยนผู้กำกับในภาคนี้ สัมผัสได้ถึงโทนและบรรยากาศแบบเดิมๆ ของภาพยนต์ที่ต่างไปจาก 2 ภาคแรกอยู่มากพอสมควร อย่างน้อยๆก็น่าจะเป็นกลิ่นอายของความหลอนจัดๆ ที่เคยถูกใส่เอาไว้กระตุ้นและกระตุกใจผู้ชม แต่ในภาคนี้กลายเป็นสิ่งที่ถูกลดทอนหายไปอย่างเห็นได้ชัด พลอยทำให้เสน่ห์ความสะพรึงกลัวของตระกูล The Conjuring ลดหลั่งความสยองลงไปอยู่พอสมควร แต่กระนั้นก็เข้าใจได้ เพราะด้วยเนื้อหาของเรื่องที่ค่อนข้างขึงขังมากเป็นพิเศษ การต้องอธิบายเรื่องเหนือธรรมชาติกับข้อเท็จจริงข้อกฎหมายเป็นสิ่งโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อยเช่นกัน

              แต่อย่างไรก็ตาม The Conjuring: The Devil Made Me Do It ในภาคนี้ก็ยังคงเส้นคงวาความเป็นหนังไล่ผีที่น่าสนใจและชวนให้ผู้ชมติดตามไปได้อยู่ดี สิ่งที่เข้ามาเสริมในภาคนี้ก็คงจะเป็นแนวทางการสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ไม่ว่าจะหลักฐานต่างๆ และข้อเท็จจริง ที่ทั้ง เอ็ด (รับบทโดย แพทริก วิลสัน) กับ ลอร์เรน (รับบทโดย เวรา ฟาร์มิกา) ได้เข้าไปร่วมสืบค้นหาต้นตอในอาถรรพ์ครั้งนี้ แม้ว่าการสืบสวนที่หนังใส่เข้ามาจะค่อนข้างผิวเผินอยู่สักหน่อย เพราะนำมาเป็นเพียงองค์ประกอบรองเท่านั้น องค์ประกอบหลักยังคงเสิร์ฟความหลอนและเฮี้ยนของปีศาจที่น่าค้นหาเอาไว้ดีอยู่

              การแสดงของ “แพทริค วิลสัน” กับ “เวรา ฟาร์มิก้า” พวกเขากลายเป็นมืออาชีพที่สนุกกับการรับบทบาทนี้ไปเสียแล้ว เพราะผ่านการแสดงในหนังตระกลูมาหลายเรื่อง ทำให้ความเป็นมืออาชีพของเขาแทรกซึมเข้าไปในบทบาทอย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะสีหน้าและท่าทางต่างๆ เผยให้เห็นถึงความเป็นนักแสดงมืออาชีพ แม้ว่าบทของพวกเขาจะไม่ค่อยแสดงมิติความหลากหลายออกมาเท่าไหร่ และอาจจะดูซ้ำซากจำเจกับบทเดิมๆ อยู่บ้าง แต่พวกเขาก็คือไฮไลต์หลักและส่วนสำคัญที่สุดของหนังเรื่องนี้จริงๆ

The Conjuring 3 (2021) เดอะ คอนเจอริ่ง คนเรียกผี 3 มัจจุราชบงการ

              ในขณะที่การแสดงของเหล่าตัวละครอื่นๆ อาจจะถูกออร่าของทั้ง 2 คนกลบไปอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนเสริมที่ค่อนข้างน่าพอใจมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะ “Ruairi O’Connor” ที่ถือว่าให้การแสดงออกมาได้ดีเกินกว่าที่ตัวของเรานั้นคิดเอาไว้ ทั้งอินเนอร์และการถ่ายทอดอารมณ์ตัวละคร ถึงแม้บทนี้จะส่งได้ดีอยู่แล้ว แต่เขาก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้มีมิติและชั้นเชิง สื่อสารให้คนดูสัมผัสได้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่จริงๆ เขาจึงน่าจะเป็นนักแสดงหนุ่มดาวรุ่งที่น่าจับตามองอีกคน

              โดยภาพรวมแล้วภาพยนต์เรื่อง The Conjuring: The Devil Made Me Do It ก็ยังถือว่าเป็นภาพยนต์ที่ดูได้สนุกสนานตามเคย เพราะว่าด้วยองค์ประกอบและสูตรสำเร็จในรูปแบบเดิมๆ ของตัวภาพยนต์ที่ชวนดูเพลิน ถึงแม้ว่าคนดูจะพอจับทางได้ เดาผลลัพธ์ออกบ้าง แต่ว่าเคสความลี้ลับต่างๆ ที่นำมาใช้เล่าเรื่องนั้นก็มีความน่าสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพียงแค่นำมาขยี้เรื่องราวออกเป็นฉากๆ สร้างจังหวะหลอนๆ ให้น่าสนใจเท่านี้ก็ตอบโจทย์ผู้ชมเป็นอย่างดี

              แต่ต้องยอมรับว่า The Conjuring ภาคนี้ได้ลดทอนความแปลกใหม่และความหลอนสะพรึงลงไปจากภาคก่อนๆ อาจจะไม่ได้ตุ้งแช่และมีกิมมิคที่น่าจดจำเท่า แต่ก็ยังคงความสนุกไว้ได้เหมือนเดิม…ถ้าหากคุณสนใจหนังมาใหม่ หนังสนุกๆก็สามารถติดตามรีวิวและรับชมหนังใหม่ได้ที่…….และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ sa gaming